ไม่ใช่อาซาร์! สื่อโหมโจมตีหนัก ‘ต่างดาว’ จ้องกระชากสตาร์ดัง ‘สิงห์’

สื่อชื่อดังออกมาตีข่าวสารอื้อฉาว! “บาร์เซโลนา” ยอดทีมดินแดนกระทิงดุ ตกเป็นข่าวสารเตรียมเดินหน้าคว้าตัว สตาร์ชื่อดังของ เชลซี” มาร่วมทัพ…

สำนักข่าวเมืองนอกรายงานวันที่ กรกฎาคม ว่า เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา กลุ่มดังที่ศึกลาลีกา ประเทศสเปน กลายเป็นข่าวสาร จัดแจงเดินหน้าคว้าตัว เอ็นโกโล ก็องเต ห้องเครื่องคนสำคัญชาวประเทศฝรั่งเศสของ สิงโตน้ำเงินครามเชลซี มาเสริมประสิทธิภาพในแผงกองกลาง

เป็นที่รู้เรื่องกันว่า ก็องเต ย้ายจาก สุนัขจิ้งจอกประเทศไทย” เลสเตอร์ สิตี้ มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อตอนซัมเมอร์ 2016 ด้วยค่าจ้างโดยประมาณ 35 ล้านปอนด์ รวมทั้งตัวเขาก็ตั้งตัวเองเองเป็นลำแข้งกำลังสำคัญที่กลุ่มจะขาดไปมิได้

จนถึงปัจจุบัน Don Balon สื่อจอมเต้าเขย่าลูกหนังโลกฉบับแดนกระทิงดุ ป่าวประกาศว่า ยอดทีมที่ถิ่น คัมป์นูกำลังหาหนทางความน่าจะเป็นไปได้ที่จะดึงตัวดาวเตะวัย27 ปีมาร่วมทีมให้ได้ หลังต้องเสีย อันเดรส อีเนียสตา ที่โบกมือลาทีมออกไปพบความท้าใหม่ๆกับ วิสเซล โกเบทีมในศึก เจลีก ญี่ปุ่น ที่มี เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ขึ้นอยู่กับอยู่

โชคดีนะ หน้าวิทย์ โพสต์สั่งลาแฟนกระทิงหลังรีไทร์จากทีมชาติ

โชคดีนะ  หน้าวิทย์ โพสต์สั่งลาแฟนกระทิงหลังรีไทร์จากทีมชาติ

อันเดรส อิเนียสต้าโพสต์จดหมายบอกลาแฟนบอลรวมทั้งเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มชาติ ข้างหลังเขาตกลงใจรีไทร์จากการปรนนิบัติประเทศสเปนที่ไม่เข้ารอบบอลโลก 2018 ด้วยความปราชัยต่อรัสเซีย

ประเทศสเปนแพ้ให้กับผู้จัดงานรัสเซียสำหรับเพื่อการดวลจุดลูกโทษเมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา กับเป็นเกมนัดหมายรูดม่านทางการบริการชาติของอิเนียสต้าด้วย

ดาวเตะวัย 34 ปีที่ย้ายไปอยู่กับวิสเซล โกเบในประเทศญี่ปุ่นเมื่อพฤษภาคม ได้กล่าวขอบพระคุณแฟนบอลและก็เอ๋ยถึงขณะที่เขาเล่นกับ”วัวกระทิงดุ”

อิเนียสต้าโพสต์ว่า “14 ปีกลายผมลงสู่สนามในชื่อกลุ่มชาติเป็นหนแรก ผมอายุเพียงแค่ 15 ปี ผมจะไม่มีวันลืมขณะนั้นเลย มันเป็นฝันของผมที่ได้คุ้มครองป้องกันสีเสื้อของประเทศผมเอง”

“เป็นสิ่งที่พิเศษมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่ความฝันเพียงแค่นั้นแม้กระนั้นยังเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ด้วย ผมมานะทำให้ตนเองใส่ใจว่ามันสื่อความหมายอย่างไรแล้วก็บากบั่นทุ่มเทอย่างมากอยู่ตลอดเพื่อทำให้ตัวผมเองกระหยิ่มใจ”

“ผมว่าผมโชคดีที่ได้ดำเนินชีวิตอยู่ในตอนที่ดีเยี่ยมที่สุดของกลุ่มชาติพวกเรา เป็นสมัยที่เต็มไปด้วยนักฟุตบอลเยี่ยมยอดจำนวนมากแถมยังดีในทุกๆด้าน พวกเราประสบผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง, หลายๆสิ่งที่พวกเราทุกคนใฝ่ฝันกันมาแต่ว่าเด็ก, แต่ว่ายังเป็นตอนๆที่มีความผิดหวังรวมทั้งยากลำเค็ญอย่างมากด้วยเหมือนกัน”

“ถึงทุกคน ขอขอบพระคุณที่ทำให้ผมเป็นเพื่อนร่วมกลุ่มรวมทั้งเป็นนักฟุตบอลที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เกิดเรื่องน่าชอบใจที่ได้แบ่งปันขณะยาวนานหลายปีพวกนี้กับคุณ”

“เดี๋ยวนี้ตรงเวลาที่จะถอยออกมา ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายหรอก สลับกันแล้วผมครุ่นคิดตรึกตรองอย่างมากตลอดขณะหลายเดือนมาแล้ว ภาพลวงตาและก็ความจำนงที่จะเล่นถัดไปนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยมแต่ว่าผมก็บอกเสมอว่าผมจะทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับกลุ่มชาติ”

“อนาคตช่างน่าตื่นตาตื่นใจ เต็มไปด้วยนักฟุตบอลอันไม่น่าเชื่อซึ่งถัดจากนี้จะได้รับแรงเกื้อหนุนจากผมอย่างเต็มเปี่ยม ผมไม่มีความกังขาเลยว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเต็มไปด้วยสิ่งยอดเยี่ยม”

อิเนียสต้าผ่านการต่อว่าดกลุ่มชาติประเทศสเปนมา 131 นัดหมายยิงไป 13 ประตูรวมทั้งประตูชัยในบอลโลก 2010 นัดหมายชิงแชมป์ที่พบกับฮอลแลนด์

นอกเหนือจากการครองแชมป์โลกในปี 2010 แล้วอิเนียสต้ายังผ่านการได้แชมป์ยูโรมาอีกสองยุคในปี 2008 แล้วก็ปี 2012

ถึงกับผิดคาด ผู้ตรวจปลื้มเวิลด์ คัพรัสเซียไร้การเหยียดผิว

ถึงกับผิดคาด ผู้ตรวจปลื้มเวิลด์ คัพรัสเซียไร้การเหยียดผิว

Piara Powar โครงข่ายเฝ้าระวังการแบ่งผิวในบอลยุโรปกล่าวว่าในเวลานี้ยังไม่เจอสถานะการณ์การแบ่งผิวหรือองค์การอนามัยโลกลิแกนฝั่งขวาจัดของรัสเซียมาขยับเขยื้อนในบอลโลก

ก่อนหน้าการแข่งขันชิงชัยมหกรรมลูกหนังโลกดินแดนหมีขาวมีข้อหนักใจว่าอาจมีการแบ่งผิวบรรดานักฟุตบอลอย่างมากมายเนื่องจากว่าดินแดนหมีขาวมีประวัติไม่ดีเกี่ยวกับหัวข้อนี้

กระนั้นถ้อยแถลงกล่าวว่า”ยังไม่มีอะไรที่อยู่ในภาพรวมและไม่มีอะไรเกิดขึ้นในรัสเซีย”

“นี่เป็นเรื่องห่วงกลุ้มใจเพียงอย่างเดียวก่อนหน้าทัวร์นาเมนต์ ด้วยเหตุดังกล่าวมันเป็นข่าวดีนะจากมุมมองของเรา”

“พวกเราทราบดีว่าระหว่างบอลโลกนั้น ราษฎรรู้เรื่องอย่างดีเยี่ยมว่าพวกเขาโดนจับตามอง โลกกำลังเฝ้าดูอยู่นะ”

ด้านอเล็กเซ สเมอร์ตินผู้ตรวจการต้านการแบ่งผิวของสมาพันธ์บอลรัสเซียเปิดเผยว่ากล่าว”ก่อนหน้าบอลโลก มีความเกรงจำนวนมากจากสื่อต่างถิ่น”

“พวกเราพอใจที่ภายหลังมาตรงนี้แล้ว บรรดาทฤษฏีคบคิดทั้งหลายแหล่ถูกทำลายไปหมด ทุกคนมองเห็นถึงความมากมายหลายของชาวรัสเซียรวมทั้งการต้อนรับขับสู้ของเรา”